ชีวิตก็ยังคงเหน็ดเหนื่อยเช่นเคย...แต่ก็เริ่มปรับตัวได้เรื่อยๆ
ตอนนี้ก็ยังเหนื่อยกับงานในวอร์ด ไม่แพ้ตอนแรก แต่ว่าเหมือนจะพอปรับตัวได้แล้ว(หน่อยนึง)
มนุษย์เรานี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างมาเพื่อให้ปรับตัวได้ดีจริงๆเลยหนอ
แต่เมื่อวันก่อนมีเรื่องหน้าเศร้าเกิดขึ้นในวอร์ดค่ะ น้องคนหนึ่งของวอร์ดที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงได้จากพวกเราไปอย่างสงบในยามเย็น พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งรินและเสียงที่โหยไห้ของผู้เป็นแม่
ขอไว้อาลัยกับน้องด้วยนะคะ ขอให้น้องไปเกิดในที่ดีๆในภพหน้าด้วยเถิด
รูปนี้วาดในmsnนานแล้วคะ แววตาดูเศร้าๆ ประมาณอารมณ์ตอนนี้เลย
(ช่วงนี้ก็ไม่ได้วาดรูปใหม่ๆเลยค่ะ มือตก ให้กลับมาวาดด้วยเมาส์หนูอีกคงมือนิ่งไม่ได้ขนาดรูปนี้แล้ว)
ตอนนี้ย้ายจากวอร์ดเด็ก1(เด็กติดเชื้อ)มาเป็นเด็ก2(เด็กอายุ5-15ปี)รู้สึกถึงความแตกต่าง
วอร์ดเด็ก1 ส่วนใหญ่มีแต่เด็กเล็ก คือยังพูดคุยกับเราไม่ได้ส่วนใหญ่เป็นโรคทางเดินหายใจหายใจเสียงฟืดฟาดเสมหะคลั่กดูน่าสงสาร
หรือไม่ก็ท้องเสียถ่ายตลอดเวลาจนหมดเรี่ยวแรง ร้องไห้จ้าหาพ่อแม่ ซึ่งไม่อาจจะมาอยู่ดูแลลูกได้ตลอด24ชม.
บางก็มีความผิดปกติทางสมอง แม้ว่าน้องจะอายุมากแล้วแต่ก็ได้แต่นอนนิ่งอยู่อย่างนั้น ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
วอร์ดเด็ก2 ส่วนใหญ่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว(leukemia) ต้องให้chemo น้องๆก็จะมีผมร่วง ติดเชื้อง่าย มักกลัวหมอกับพยาบาลที่จะมาเจาะเลือดหรือน้ำไขสันหลัง และร้องลั่นทุกครั้งที่ถูกเข็มแทงเพราะความเจ็บปวด
บางคนก็เป็นโรคเลือดไหลไม่หยุด(hemophilia) ต้องระวังตัวไม่ให้กระทบกระทั่งอะไรแม้แต่น้อย เพราะเลือดออกง่ายกว่าคนธรรมดาและมันจะไม่หยุดไหลง่ายๆ
บางคนก็เป็นเนื้องอกในสมอง ซึ่งก็เป็นอะไรที่อันตรายอีกเช่นกัน
*นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล่าให้ฟังคร่าวๆ ไม่ใช่รายละเอียดของโรคทั้งหมด ไม่ใช่ว่าโรคกลุ่มที่พูดถึงจะมีอันตรายและวิธีรักษาดังที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดนะคะ
ถ้าใครเคยได้ยินว่าคนรู้จักเป็นโรคอย่างที่เพนจังเล่าให้ฟังก็อย่าเพิ่งถือเอาว่าเขาจะเป็นแบบที่เพนจังเล่าให้ฟังทั้งหมด นี่เล่าคร่าวมากๆ ไม่ได้ใช้ศัพท์ทางวิชาการที่specificด้วย*
หลายๆคนคงจะงงว่า ไอ้ที่เล่ามานั่นมันlife is beautifulตามชื่อentryตรงไหนใช่มั้ยคะ...
คือว่า เพนจังเห็นผู้ปกครองเค้าน่ะค่ะ...
คอยมาดูแลลูกๆหลานๆทุกวัน อย่างห่วงแสนห่วง ประคบประหงมอย่างดี ใส่ใจในสิ่งที่หมอแนะนำ แล้วก็ไม่รังเกียจในตัวลูกน้อยที่เป็นโรคแม้แต่น้อย
บางคนแม้ไม่ค่อยมีความรู้ แต่ก็พยายามศึกษาค้นคว้าสอบถามผู้รู้เพื่อให้สามารถดูแลเจ้าตัวน้อยของพวกเค้าได้
ซาบซึ้งจังเลยค่ะ...
แล้วหนูน้อยหลายคนก็รู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้าย แต่ก็ยังยิ้มออก เพราะว่าเขามีกำลังใจจากตนเองครอบครัวดีเยี่ยม
แม้ความทุกข์จะถาโถมสักเพียงไรแต่ในอีกด้านหนึ่งของมุมมืดก็ย่อมมีด้านสว่าง
ชีวิตของทุกคนก็ยังคงมีความงดงามในตัวของมันเองนะคะ
ถ้าหากใครกำลังท้อแท้กับชีวิตตัวเอง ลองมองคนอื่นที่ย่ำแย่กว่าดูสิคะ เขายังสามารถใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุข แล้วคนแข็งแรงๆอย่างเราจะท้อแท้ไปทำไม เรามีสมองและสองมืออันปกติ เราน่าจะลุกขึ้นสู้ อย่าให้ด้อยไปกว่าพวกเขาเหล่านั้นเลยนะคะ (-_-)v

) << หน้าด้านอ่ะนะ... เหอเหออ