เคสที่ได้รับไว้เป็นเจ้าของไข้ส่วนใหญ่ก็เป็นเนื้องอกในมดลูก(Myoma Uteri)นะฮะ พบได้บ่อยมากทีเดียวในผู้หญิงเอเซีย
ประมาณกันว่า ถ้าจับผู้หญิงมานั่งรวมกันซัก100คน จะพบผู้หญิงที่มีเนื้องอกในมดลูกได้ถึง25คนเชียวนะท่านทั้งหลาย โอ้วววววว.....O_o
ถ้าไม่เอามาพูดให้ชาวบ้านฟังกันเสียบ้าง ก็จะไม่มีใครสนใจ ดังนั้นวันนี้ขอนำมาบอกกล่าวกันให้ทราบไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามนะคะ
สาวๆคนไหนอ่านมาผ่านเจอเอนทรีนี้ของเพนจังแล้วสนใจดูไว้เป็นความรู้ก็ดีน้อ เพราะว่าเรื่องมันอาจจะใกล้ตัวมากกว่าที่คุณคิด
เนื้องอกมดลูก (Myoma Uteri)
มันคืออะไร...? แล้วมันน่ากลัวมากมั้ย...?
เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง พูดง่ายๆก็คือมันไม่ค่อยมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งนั่นแหละค่า(อัตราการเป็นมะเร็งต่ำมาก)
มักจะพบได้มากในสตรีวัยเจริญพันธุ์ คือ ระหว่างอายุ 30 - 49 ปี เป็นโรคที่รักษาให้หายได้ โดยการทำผ่าตัด
แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไงล่ะ...?
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด .....................อ้าว...................... -_-"
แต่เนื้องอกนี้มีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนจากรังไข่ คือ Estrogen
เนื่องจากพบโรคนี้ได้น้อยในสตรีวัยก่อนมีประจำเดือน(แต่มันก็มีโอกาสก็พบได้นะ =_=" ) และก้อน เนื้องอกนี้จะมีขนาดเล็กลงในสตรีวัยหมดประจำเดือน ในสตรีที่ตั้งครรภ ์หรือสตรีที่กินยาคุมกำเนิด
อาจพบว่าเนื้องอกมีขนาดโตเร็วกว่าปกติ และจะเล็กลงได้เองภายหลังการคลอดหรือหยุดยาคุมกำเนิดนั้น ๆ
แล้วเจ้าเนื้องอกพวกนี้มันมีลักษณะเป็นอย่างไรกันบ้าง...?
ถ้าแบ่งตามลักษณะการเกิดก็จะได้เนื้องอกหลายแบบดังนี้นะคะ
- เนื้องอกเป็นที่ชั้นกล้ามเนื้อมดลูก(intramural) ซึ่งพบได้มากที่สุด
- ชนิดภายนอกตัวมดลูก(subserous) ซึ่งมักจะเป็นเนื้องอกที่มีขั้วหรือก้านอยู่ติดกับตัวมดลูก
- ชนิดใต้เยื่อบุโพรงมดลูก(submucous) อาจมีขั้วหรือก้านเชื่อมออกมาจากในโพรงมดลูกได้เช่นกัน
จะมีอาการและอาการแสดงอย่างไรบ้าง...?
อาการที่ผู้ป่วยพบแพทย์จะขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และภาวะแทรกซ้อนของเนื้องอก เช่น
- ถ้าก้อนเนื้องอกมีขนาดเล็ก
- ผู้ป่วยมักไม่มีอาการแสดงและจะตรวจพบได้โดยบังเอิญจากการตรวจภายใน
- เนื้องอกชนิดเป็นในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกผู้ป่วยจะมีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติหรือเลือดประจำเดือนจะออกมาก(hypermenorrhea)และนานกว่าปกติ(menorrhagia)
ดังนั้นคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย ควรจะจดบันทึกรอบเดือนของพวกคุณเอาไว้นะ มันสำคัญใช่ย่อยเลยทีเดียว ช่วยในการวินิจฉัยโรคทางนรีเวชได้(ส่วนใหญ่คนไข้ของเพนจังมักจะจำรอบเดือนของตัวเองไม่ได้อะ =_=" )
- ถ้าเนื้องอกนั้นมีขนาดใหญ่
- อาจคลำพบก้อนได้ที่หน้าท้อง
- มีอาการผิดปกติของระบบอื่น ๆ ที่เกิดจากการกดทับของ เนื้องอก เช่น ปัสสาวะบ่อย หรือ อาการท้องอืด ท้องผูก
หลับกันหมดฤยังเนี่ย -_-a
มาทดสอบความรู้ด้านกายวิภาคกันนิดนึงนะ
เพราะมันสัมพันธ์กับอาการ
.
.
ข้างหน้ามดลูกมีอะไรอยู่...?
.
.
.
.
.
................ติ๊กต่อกๆ............
.
.
.
.
.
กระเพาะปัสสาวะ(urinary bladder)ไง!!
ก้อนมันดัน ก็เลยปวดชิ้งฉ่องบ่อยๆ
.
.
.
แล้วข้างหลังมดลูกล่ะ มีอะไรอยู่...?
.
.
.
.
.
..............ติ๊กต่อกๆ...............
.
.
.
.
.
ก็ลำไส้ตรง(rectum)ไง(ไอ้ปราการด่านสุดท้ายก่อนที่ทัพหลัง(อึ)จะแตกนั่นแล)
เย่ๆๆ เก่งมาก ตอบถูกกันหมดเลย \(='w'=)/
- ก้อนเนื้องอกโดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดอาการปวด นอกจากจะมีการบิดของขั้วของเนื้องอก
- นอกจากนี้เนื้องอกยังทำให้เกิดภาวะเป็นหมันหรือมีบุตรยากด้วย
การตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรคนะฮ้า (>v<)b
- การขูดมดลูก(curettage)เพื่อตรวจสอบว่าเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรงหรือไม่ และเพื่อทำให้เลือดหยุด
- การตรวจด้วยรังสี เช่น การฉายเอ๊กซเรย์ช่องท้อง
- การตรวจด้วยคลื่นเสียงซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน และให้การ วินิจฉัยได้แน่นอนมาก
- อาจมีการตรวจพิเศษโดยวิธี Laparoscopy ทั้งนี้แพทย์จะเจาะหน้าท้องบริเวณใกล้สะดือ ขนาดแผลเล็กประมาณ 1 - 2 ซม. และใส่เครื่องมือนี้ผ่านเข้าไปดูลักษณะอวัยวะภายในช่องท้องทั้งหมด เพื่อตรวจดูความผิดปกติและในกรณีที่มีปัญหามีบุตรยากร่วมด้วย แพทย์อาจจะใช้สารทึบแสงฉีดผ่านทางช่องคลอดเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อตรวจสอบการอุดตันของท่อรังไข่
แล้วจะรักษาได้อย่างไรบ้างหนอ...?
แพทย์จะพิจารณาตามชนิดและขนาดของเนื้องอก
- ถ้าขนาดเล็ก
- แพทย์จะไม่ตัดสินใจทำผ่าตัดแต่คงให้สังเกตุอาการ และนัดผู้ป่วยมาตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของขนาดมดลูกเป็นระยะ ๆ เช่นทุก 3-6 เดือน ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าขนาดของเนื้องอกจะลดลงได้เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เนื่องจากไม่มีฮอร์โมนจากรังไข่มากระตุ้นอีก
- ถ้าขนาดเนื้องอกโตมาก
- แพทย์มักจะพิจารณาให้ทำผ่าตัดเลย การผ่าตัดอาจจะตัดเฉพาะก้อนเนื้องอกหรือตัดทั้งตัวมดลูก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ ผู้ป่วย ความต้องการมีบุตร อาการแทรกซ้อน และชนิดของเนื้องอกด้วย ภายหลังการผ่าตัด ถ้าเป็นการผ่าตัดเฉพาะเนื้องอกแต่เพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยยังคงมีประจำเดือน และสามารถตั้งครรภ์ได้ เช่น คนปกติ
credit : http://www.ramacme.org/patient/3-16-207-2409-0203-03/index.asp
- แพทย์มักจะพิจารณาให้ทำผ่าตัดเลย การผ่าตัดอาจจะตัดเฉพาะก้อนเนื้องอกหรือตัดทั้งตัวมดลูก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ ผู้ป่วย ความต้องการมีบุตร อาการแทรกซ้อน และชนิดของเนื้องอกด้วย ภายหลังการผ่าตัด ถ้าเป็นการผ่าตัดเฉพาะเนื้องอกแต่เพียงอย่างเดียว ผู้ป่วยยังคงมีประจำเดือน และสามารถตั้งครรภ์ได้ เช่น คนปกติ
![]()
สุดท้าย อยากจะฝากสาวๆทั้งหลาย ถ้าคุณรู้สึกว่ามีความผิดปกติอย่างที่ว่า แต่กลัวตรวจภายใน กลัวหมอตัดมดลูก หรือว่าอายหมอ ขออย่าได้คิดเช่นนั้นเลย
ตัวเพนจังเองก็เข้าใจนะ หัวอกผู้หญิงจะมาเปิดนู่นเปิดนี่ให้หมอตรวจ มันน่าอายไม่ใช่เหรอ
แต่ว่าแพทย์มีจรรยาบรรณนะคะ ให้บริการประชาชนอย่างสุภาพ ค่อนข้างให้ความเป็นส่วนตัว เห็นอกเห็นใจผู้ป่วย และมีจุดมุ่งหมายอยากให้ประชาชนทั่วไปมีสุขภาพดี
ถ้าคุณมีปัญหาถึงขั้นประจำเดือนมามากจนเป็นลม หรือปวดท้องจนไม่เป็นอันทำงานล่ะก็ มาตรวจเถอะค่า ทีมแพทย์และพยาบาลยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเหลือพวกคุณอย่างเต็มที่ ไม่กัดหรอกค่า ไม่มีอะไรต้องกลัวนะคะ^_^